วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2558

น้ำมันมะพร้าว กับ เยื่อบุช่องปากอักเสบ จากการฉายรังสี และยาเคมีบำบัด


ปัญหาเรื่องเยื่อบุช่องปากอักเสบ เป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสี บริเวณศีรษะและลำคอ  และเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด นอกจากความเจ็บปวดแล้ว ยังนำไปสู่ ภาวะทุโภชนาการจากการกินไม่ได้ และที่สำคัญที่สุด คือ การติดเชื้อ ทั้งเฉพาะที่ในช่องปากจากเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา รวมไปถึงภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจากการติดเชื้อที่กระจายในกระแสโลหิต

จึงมีความพยายาม ที่จะลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนนี้ ในรูปแบบต่างๆกัน โดยเฉพาะในรูปแบบของยาอมบ้วนปาก                     

ในระยะนี้ มียาตัวหนึ่งที่ถูกนำเข้ามาใช้เป็นยาอมบ้วนปากที่มีราคาแพงมาก ซึ่งก็มีรายงานการศึกษาทางด้านที่ได้ผล  แต่ในอีกมุมหนึ่งที่ต้องยอมรับว่า ยา นี้ไม่ได้ผลเหมาะสมกับที่คาดหวัง 

จากรายงานการใช้ยาอม A เพื่อลดอาการอักเสบของผู้ป่วยมะเร็งศีรษะ ที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายรังสี ทั้งในผู้ป่วยที่ได้หรือไม่ได้รับยาเคมีบำบัดร่วมด้วย เป็นการศึกษาร่วมกันของหลายสถาบันที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Department of Radiation Oncology, Moffitt Cancer Center,    University of Florida,  Duke University Cancer Center, MD Anderson Cancer Center ซึ่งลงพิมพ์ในวารสาร Oral Oncol. 2014; 50(8): 765769

โดยการให้ยา A อย่างน้อย 4 ครั้ง ถึง 10 ครั้งต่อวันทั้งนี้มีความมุ่งหวังที่จะลดภาวะแทรกซ้อนที่มีการอักเสบของเยื่อบุในระดับ 2 ลงจาก ร้อยละ 90 เหลือ น้อยกว่า <75%   

ผลจากการศึกษาในผู้ป่วย 98 ราย ประเมินผลได้  59/98 ราย (60%) ปรากฎว่าไม่ได้ผลตามที่คาด ซึ่งรายงานนี้ตรงกับที่มีรายงานใน European J of Oncology Nursing  ซึ่งเปรียบเทียบยาอมบ้วนปาก A กับการอมน้ำแข็ง ในผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด เพื่อการปลูกถ่ายไขกระดูก  พบว่าไม่มีความแตกต่างในการเกิด ภาวะเยื่อบุอักเสบ
                      
จะเห็นได้ว่าแม้ยาราคาแพง ก็อาจจะไม่ได้ผลอย่างที่คาด

แต่ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เป็นรายงานวิจัยของคนไทย ที่ลงในวารสารโรคมะเร็ง เป็นการศึกษานำร่อง เรื่องการศึกษาผลของโปรแกรมการดูแลช่องปากด้วยตนเองร่วมกับการอมกลั้วปากด้วยน้ำมันมะพร้าวต่ออาการเยื่อบุช่องปากอักเสบ

ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด โดยคุณเอมอร สุวรรณพิวัฒน์ จากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (วารสารโรคมะเร็ง 2556;33:41-52.) โดยมีหลักการที่อ้างอิงในส่วนที่เกี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวว่าน้ำมันมะพร้าวออกฤทธิ์ต้านเชื้อรา แคนดิดาแอลบิแคน และเชื้อสเตร็พโตคอคคัสมิวแทนส์ ไปสู่การศึกษาการอมกลั้วปากด้วยน้ำมันพืช ที่อาจนำมาเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ใช้ในการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งประเทศไทยมีแหล่งมะพร้าวที่สามารถตอบสนองความต้องการของคนในประเทศและต่างประเทศได้ โดยเฉพาะน้ำมันมะพร้าวบริสุทธ์ (Virgin Coconut Oil) นั้นมีรายงานการศึกษาในห้องทดลองและสัตว์ทดลอง พบว่ามีฤทธ์ต้านการอักเสบ ลดปวด และลดไข้ ช่วยลดระยะเวลาในการหายของแผลให้เร็วขึ้น
                  
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายรายงานการวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ในการดูแลสุขภาพทั้งในผู้ที่มีสุขภาพดีและผู้ป่วย เช่น ช่วยเพิ่มระดับไขมันที่ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยรักษาปัญหาผิวหนัง ซึ่งเกี่ยวข้องกับความบกพร่องของหน้าที่ในการป้องกันผิวหนัง ผู้วิจัยจึงเลือกใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์อมกลั้วปากในการศึกษาครั้งนี้ เพราะมีกรดไขมันลอริคที่มีสารโมโนลอรินที่สามารถต้านจุลินทรีย์ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาในช่องปาก โดยมีผลต่อหน้าที่การทำงานของเยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการเรียงตัวหรือสลายตัวของเซลล์จุลินทรีย์จึงอ่อนแอลงและตายในที่สุดพร้อมทั้งมีปริมาณวิตามินอีบริสุทธิ์สูงที่จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระส่งเสริมการหายของแผลในช่องปาก
                    
การศึกษานี้ แม้จะมีจำนวนผู้ป่วยเพียง  20 ราย แต่ก็แบ่งเปรียบเทียบเป็น สองกลุ่มๆละ 10 รายคือ กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มทดลองได้รับการให้ความรู้และการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการดูแลช่องปากด้วยตนเองร่วมกับการใช้น้ำมันมะพร้าวอมกลั้วปากทุกวันในช่วงเช้า โดยเริ่มตั้งแต่วันแรกที่ได้รับยาเคมีบำบัดต่อเนื่องไปจนครบ 4 วัน การอมกลั้วปากด้วยน้ำมันพืช จะใช้ประมาณ 15 ซีซี เทใส่ในปาก และเคลื่อนน้ำมันให้ทั่วช่องปาก โดยใช้การดึงดูดและดันน้ำมันที่มีอยู่ในช่องปากให้เคลื่อนที่ใช้เวลาประมาณ 15 นาที และบ้วนน้ำมันนั้นทิ้งไป ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติจากพยาบาล

ผลการศึกษาพบว่าหลังจากผู้ป่วยได้รับยาเคมีบำบัด กลุ่มทดลองมีระดับความรุนแรงของอาการเยื่อบุช่องปากอักเสบต่ำกว่ากลุ่มควบคุม และไม่พบผลข้างเคียงใดๆจากการใช้น้ำมันมะพร้าวอมกลั้วปาก
                     
เห็นไหมครับ น้ำมันมะพร้าวที่เป็นสารธรรมชาติ ราคาไม่แพง ก็มีประโยชน์ ที่จะนำมาใช้และศึกษาอย่างจริงจัง  นะครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น