แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็งเต้านม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็งเต้านม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ทีมสู้มะเร็ง : เมื่อมะเร็งเต้านมกลับมาเยือนซ้ำ


ภาพประกอบจาก : http://www.sharecare.com/health

เมื่อ 2 วันก่อน เจ้าหน้าที่คนหนึ่งได้มาปรึกษาผมว่า คุณแม่ของเขาเป็นมะเร็งเต้านมรักษาหายไปตั้ง 4 ปีแล้ว อยู่ๆก็มีก้อนเกิดขึ้นที่เต้านมอีก ตอนนี้กลุ้มใจมาก จะทำอย่างไรดี 

แน่นอนที่สุดครับ เป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการอีก เพียงครั้งเดียวก็เกินพอ แต่บางครั้งโชคร้ายเราก็จำต้องยอมรับ เมื่อมันกลับมาหาเราจนได้  อย่างมะเร็งเต้านม  ซึ่งบางคนมีโอกาสกลับมาเกิดตรงจุดใดจุดหนึ่งอีกครั้ง

แน่นอนว่าหลายคนเจ็บปวด ท้อแท้ เกิดสภาวะทางอารมณ์น้อยใจในโชคชะตา จนกระทั่งซึมเศร้าอย่างรุนแรง

ผมอยากขอให้ท่านตั้งสติให้นิ่ง ผมขอยืนยันว่า เรายังมีแนวทางสู้หลายรูปแบบ เพื่อความเข้าใจง่ายขึ้น ผมจะแยกออกเป็นกลุ่มๆตามลักษณะของโรคที่มาเยือน ซึ่งจะทำให้ท่านสามารถวินิจฉัยและรู้แผนการรักษาได้อย่างง่ายๆ ดังนี้          
        
1.กลุ่มที่กลับมาเป็นใหม่ที่เต้านมเดิม เรียกว่ากลับเป็นใหม่เฉพาะที่ จะเป็นลักษณะของตุ่ม หรือ คลำได้ก้อน ไม่ว่าจะเป็นใต้ผิวหนัง หรือที่ผิวหนัง หรือที่แผลผ่าตัด

การรักษา ทำได้ไม่ยาก หากมีการค้นพบที่รวดเร็วและไปพบแพทย์ทันทีที่ท่านสังเกตเห็น หากแต่จะเป็นปัญหา เมื่อท่านลืมเอาใจใส่ดูแลร่างกาย ละเลยปล่อยให้ก้อน หรือตุ่มนั้นแตกออกเสียก่อน                    การรักษาจะขึ้นอยู่กับวิธีการรักษาเดิม เช่น หากท่านได้รับการผ่าตัดครั้งแรก เป็นแบบเอาก้อนออก (Lumpectomy)  ในครั้งนี้ท่านก็จะได้รับการรักษาโดยการตัดทั้งเต้าออก (Mastectomy) หากการรักษาเดิม เป็นการตัดเต้าไปแล้ว ท่านอาจจะได้รับการตัด ตุ่มหรือ ก้อนที่มาใหม่ออก หรือ อาจจะได้รับการฉายรังสี ทั้งนี้ อาจจะให้การรักษาเสริม ด้วยฮอร์โมน หรือ ยาเคมีบำบัดตามความเหมาะสม

2.กลุ่มที่กลับมาเป็นใหม่  นอกบริเวณเต้านมเดิม
อาจจะเป็นผนังทรวงอก ต่อมน้ำเหลืองที่ไหปลาร้า หรือ ใต้กระดูกทรวงอก
การรักษาหลักจะเป็นการฉายรังสีร่วมกับยา ซึ่งอาจจะเป็นยาฮอร์โมน ยาเคมีบำบัด หรือ ยามุ่งเป้าตามแต่ชนิดของเซลล์การกลับมานอกบริเวณเต้านมเดิม

3.กลุ่มที่มะเร็งกลับมากระจายไปส่วนอื่นๆของร่างกาย เราจะมีวิธีการรักษาหลัก ด้วยยา ตามชนิดของเซลล์ ในขณะเดียวกัน เราก็ยังมีการฉายรังสีในส่วนที่กระดูก หรือ แม้แต่สมอง รามทั้งสารเภสัชรังสีบางชนิด และมียาเสริมอื่นๆอีกเมื่อมะเร็งมีการกระจายไปส่วนอื่นๆของร่างกาย 

วันนี้ผมไม่ได้ลงรายละเอียดในแต่ละวิธีการรักษา เพราะมีจุดประสงค์สำคัญ เพียงเพื่อ
ให้ท่านตระหนักถึงความสำคัญในการหมั่นใส่ใจในตัวเอง อย่าประมาทเพื่อป้องกันและรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด


ขอให้ท่านสบายใจได้ในระดับหนึ่งว่า แพทย์มีแผนการรักษารองรับเพื่อช่วยท่านในกรณีที่โรคกลับมาเยือนซ้ำ    เรามองไปข้างหน้ากล้าเผชิญกับมัน  เหมือนตัวอย่างในบทความที่เคยลง (สู้กับมะเร็ง อย่าได้ถอย) ทีมสู้มะเร็งให้กำลังใจซึ่งกันและกันเสมอนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สู้กับมะเร็ง... อย่าได้ถอย!!!

ขอย้ำกันอีกสักนิดนะครับว่า สาระสำคัญหรือประเด็นหลักของบล็อกหมอมะเร็ง คือการพยายามช่วยกันกับท่านผู้อ่านเพื่อต่อสู้กับโรคมะเร็ง  ทั้งทางด้านวิชาการ การรักษา การปฏิบัติตน   การส่งต่อข่าวสาร  รวมทั้งข้อคิดการดำรงชีวิตเพื่อรับมือกับโรคมะเร็ง ให้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง มีความสุข โดยทุกข์น้อยที่สุด  

ปีใหม่นี้ เรามาเริ่มต้นตัวอย่าง ของชีวิตที่มีความหวัง สู้ อย่าได้ถอย
วันนี้เรามาร่วมกันวิเคราะห์เรื่องสู้ไม่ถอย ด้วยการไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ด้วยตัวเลข เช่น ยาตัวหนึ่งให้การตอบสนองกี่เปอร์เซ็นต์ เมื่อคนไข้ไม่ตอบสนอง เราก็ยอมรับความพ่ายแพ้ รอวันสุดท้ายที่โรคลุกลาม  ทั้งที่ร่างกายเรายังอยู่ในสภาพที่แข็งแรง พร้อมที่ต่อสู้  สู้ไม่ถอย จะยกเว้นในกรณีที่ผู้ป่วยไม่อยู่ในสภาพที่จะรับการรักษา    เราคงจะไม่พยายามยื้อชีวิตให้ทุกข์ทรมานด้วยการยัดเยียดการรักษาต่อไป

สู้ อย่าได้ถอย จะต้องมีหลักการที่ไม่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง 

บทความต่อไปนี้ เป็นหนึ่งตัวอย่าง ในรายงานประเภท Case Report  ซึ่งเป็นการรายงานผู้ป่วยเฉพาะรายซึ่งได้ช่วยผู้ป่วยจากการสู้ไม่ถอย ของแพทย์ชาวญี่ปุ่น Daigo Yamamoto จาก Kansai Medical University ผู้รายงานในนิตยสารWorld  J of surgical Oncology 2012 ;10 :201 เรื่อง The Utility of hyperthermia for local recurrence of breast cancer.


รายงานผู้ป่วยหญิงอายุ 66 ปี หลังการผ่าตัดรักษามะเร็งเต้านม ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด เนื่องจาก พบการกระจายที่ต่อมน้ำเหลืองด้วยยากลุ่ม Doxorubicin ซึ่งเป็นยามาตรฐาน ต่อด้วยฮอร์โมน Aromatase inhibitor ต่อเนื่อง 5 ปี เนื่องจากผลการตรวจทางฮอร์โมนป็นบวก และจากนั้น 9 ปี หลังการรักษาพบก้อนโตที่บริเวณรักแร้เพียงอย่างเดียว ลักษณะก้อนดังภาพ A  มีแผลแตกและมีกลิ่นเหม็น ผู้ป่วยได้รับการฉายรังสีร่วมกับยาเคมีบำบัด Paclitaxel   เมื่อฉายรังสีไปได้ 30 Gy ก้อนมะเร็งโตขึ้น

ผู้ป่วยจึงได้รับการพิจารณาเติมความร้อน ซึ่งยังไม่ได้เป็นมาตรฐานในการรักษา แต่โดยมีรายงาน การเสริมผลการรักษากันในหลายโรคระหว่างรังสี ยาเคมีบำบัด และความร้อน โดยได้รับความร้อน ด้วย Thermotron RF 8 ที่ 38 ถึง41 องศา เป็นเวลา 50 นาที สัปดาห์ละครั้ง หลังจากนั้น  4 สัปดาห์ ก้อนก็ยุบลงเรื่อยๆ  โดยแลและกลิ่นหายไป
ดังภาพ B

ต่อมา สัปดาห์ หลังการรักษาก้อนก็ยุบหมด ดังภาพ C จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยรายนี้ ในขณะที่รับการรักษาด้วย รังสีและยาเคมีบำบัด ที่เป็นมาตรฐานหนึ่ง แต่ โรคกลับลุกลามมากขึ้น ด้วยการยึดหลักสู้ไม่ถอย  เพราะผู้ป่วยยังอยู่ในสภาพที่สามารถรับการรักษาต่อได้อีก   ทีมแพทย์ จึงนำวิธีใช้ ความร้อน เข้ามาเสริมการรักษา  (ทั้งที่มิได้อยู่ในตำรา )  ผลจึงปรากฎดังที่เห็นในรูป

เห็นไหมครับว่า รายงานเฉพาะผู้ป่วยนี้ เป็นตัวอย่างหนึ่งของการสู้ไม่ถอยของทีมสู้มะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยรายนี้ ได้รับโอกาสรักษามะเร็งที่ไม่ตอบสนอง ให้ยุบลงและมีคุณภาพชิวิตที่ดีครับ     

ที่มา: Yamamoto et al. The utility of hyperthermia for local recurrence of breast cancer. World Journal of Surgical Oncology 2012, 10:201.

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ทีมสู้มะเร็ง ตอน ดิฉันเป็นมะเร็งเต้านมและหายแล้ว

           
ในกระบวนการการเรียนรู้ทุกอย่าง ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเรียนรู้จากของจริง การนำประสบการณ์ที่ผู้ป่วย, ญาติผู้ป่วย เขียนหรือเล่าให้ฟัง จึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด

วันนี้ขอนำจดหมายของผู้ป่วยรายหนึ่ง ได้เขียนเล่าเรื่องประสบการณ์ และความรู้สึกแบบสั้นๆ ว่า “ดิฉันเป็นมะเร็งเต้านมและหายแล้ว”       

เมื่อก่อนดิฉันเป็นคนสุขภาพแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บป่วยอะไรมาก มีแต่คนรอบข้างที่เป็นอาการหนักๆ พ่อแฟนเป็นมะเร็งหลายที่มาก แต่คุณหมอก็มีวิธีการรักษาให้ทุเลาและมีชีวิตอยู่ต่อมาได้ ราว 5-6 ปี

อยู่มาวันหนึ่ง ดิฉันเกิดเป็นเนื้องอกข้างเต้านมปูดขึ้นมา เลยรีบมาหาคุณหมอ เพื่อตรวจเช็คดู คุณหมอท่านก็รับทำ scan ดูเลย พบว่าก้อนที่ปูดขึ้นมา เป็นเพียงก้อนไขมัน แต่มาเจอก้อนเนื้อที่ตรงเต้านมข้างซ้าย มีขนาด ใหญ่ไม่มาก 0.8 ซม. คุณหมอบอกว่าโชคดีที่เจอ แต่โชคร้ายที่จะต้องเอาออก  ดิฉันจึงผ่าออกและเอาก้อนเนื้อมาตรวจ ก่อนที่จะตัดไหม ก็ทราบผลว่าเป็นมะเร็ง นั่นหมายถึงว่า ดิฉันจะต้องทำการผ่าตัดอีกครั้ง โดยการเลือกว่าจะตัดเต้าทิ้งทั้งหมด หรือ เลาะเนื้องอกออก และตามด้วยการฉายรังสี ซึ่งดิฉันเลือกการเลาะเนื้องอกออก

ในเวลานั้น เมื่อรู้ว่าเป็นมะเร็ง จิตใจมันสับสนไปหมด กลุ้มใจ คิดไปต่างๆนานา ทำไมมาเกิดกับเรา แล้วเราจะมีชีวิตอยู่อีกนานแค่ไหน เมื่อทำการรักษาจนจบคอร์ส กลับมารักษาตัวที่บ้าน  ขณะนั้นไม่ได้ทำงาน อยู่ระหว่างพักงาน ความรู้สึกต่างๆก็เริ่มเข้ามาอีก บางคนก็ให้ไปรักษาแบบชีวจิต แนะนำให้ไปในทางต่างๆ ดิฉันเป็นคนสมัยใหม่ คิดว่าเมื่อเราผ่าตัดแล้ว ทำไมต้องไปรักษาแบบนั้น เพียงแต่นำบางอย่างมาใช้ เช่นห้ามทานอะไร ก็นำมาปฏิบัติ

เพื่อนๆรอบข้าง บางคนก็ทำให้ดิฉันมีความรู้สึกว่า เราเป็นโรคร้ายใช่ไหม เขาจึงทิ้งห่างออกไป ไม่อยากคบกับเราอีก ดังนั้นเมื่อมีใครถาม ดิฉันก็ตอบเพียงว่าเป็นเนื้องอก กลัวเขารังเกียจ กลัวเขาจะไม่คบกับเรา 

โชคดีที่ญาติพี่น้องและเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง  พยายามอธิบายให้ฟังว่า โรคมะเร็งไม่ได้เป็นโรคที่น่ารังเกียจ รักษาได้ ไม่ติดต่อ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องอาย ชีวิตเป็นของเรา และยกตัวอย่างผู้ที่หายแล้วให้ฟัง เวลาผ่านไป ความมั่นใจที่รู้สึกว่าตัวเองสบายดี  หลังจากนั้น เมื่อมีใครถามว่าเป็นอะไร จึงไปโรงพยาบาล ดิฉันก็ตอบตรงๆว่า ดิฉันเป็นมะเร็งเต้านมและหายแล้ว    
  

ดิฉันเข้าใจแล้วว่า เมื่อเราเป็นและรีบรับการรักษา ปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง  ทำจิตใจให้สดใส ไม่เครียด  ก็จะทำให้สุขภาพดีขึ้น เมื่อรู้ว่าไม่สบาย ผิดปกติบริเวณไหน โปรดมาหาหมอ อย่าปล่อยทิ้งไว้นานเกินกว่าจะรักษาได้

ครับ อย่าลืมนะว่า มะเร็งมีสิทธิ์คิดป้องกันและรักษานะครับ อย่ากลัวที่จะตรวจ อย่าลังเลที่จะรักษา เหมือนเจ้าของจดหมายนี้ที่ผ่านมรสุมร้ายมาแล้วเกือบ 20 ปี

หากท่านผู้อ่านมีประสบการณ์ที่จะช่วยเป็นแบบอย่างหรือสร้างกำลังใจให้กับทีมสู้มะเร็ง ก็อย่าลังเล แลกเปลี่ยนความรู้และแนะนำมากันเลยนะครับ

หมายเหตุ เนื้อหาของจดหมาย เป็นไปตามต้นฉบับทุกประการครับ


วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

มะเร็งเต้านม - มะเร็งที่ถูกลืมในผู้ชาย




เนื่องในเดือนตุลาคมนี้ เป็นเดือนที่องค์กรต่างๆทั่วโลกมีการรณรงค์ต่อต้านโรคมะเร็งเต้านม  ก็จะมีหลายงานที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ  "Thinking Pink" หรือ "Wear it Pink"  โดยในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย มีการรณรงค์ในลักษณะต่างๆกัน เพื่อเป็นกระตุ้นให้ระวังมหัตภัยจากมะเร็งเต้านม เช่น การสวมใส่ชุดสีชมพู การติดสัญลักษณ์การต่อต้านมะเร็งเต้านม การจัดนิทรรศการ การบริการตรวจ Mammogram  ราคาพิเศษ เป็นต้น 

ท่ามกลางความสนใจนี้ เรามักจะลืมนึกถึงมะเร็งเต้านมในผู้ชาย ซึ่งจากสถิติ เราพบผู้ป่วยรายใหม่ที่เป็นผู้ชายได้ประมาณ 1 % ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด   โดยพยากรณ์โรคในผู้ชายจะแย่กว่าผู้หญิง และมากกว่าร้อยละ 20 จะเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม ทั้งนี้เพราะส่วนใหญ่จะพบก้อนที่โต และลุกลามไปในส่วนอื่นของร่างกายแล้ว  ทั้งนี้อาจจะเป็นจากธรรมชาติของโรคเอง หรือ เกิดจากการการรณรงค์ต่อต้านและป้องกันมะเร็งเต้านมและการตรวจคัดกรองในผู้ชายมีน้อยกว่าผู้หญิง ทำให้พบโรคในระยะที่ลุกลามแล้ว           

ผู้คนส่วนใหญ่ไม่คิดว่าผู้ชายจะเป็นมะเร็งเต้านม เพราะไม่คิดว่าผู้ชายมีเต้านม

ก่อนเข้าสู่วัยรุ่น เด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายจะมีจำนวนเนื้อเต้านมในปริมาณไม่มาก ซึ่งประกอบด้วย ต่อมที่สามารถผลิตน้ำนม และท่อที่จะนำน้ำนมสู่หัวนม และเนื้อเยื่ออื่นๆรวมทั้งไขมัน    เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยสาว ฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนจะกระตุ้นให้เกิดการเติบโตของทุกส่วนในเต้านม ขณะที่เพศชายจะไม่มีฮอร์โมนดังกล่าว จึงไม่มีการเจริญเติบโตของเต้านม อย่างไรก็ตาม ในเพศชายก็จะยังคงมีเซลล์ในส่วนที่เป็นท่อน้ำนมอยู่ ซึ่งสามารถเกิดเป็นเซลล์มะเร็งได้ เหมือนเซลล์อื่นๆในร่างกาย ซึ่งจะลุกลามเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองและกระจายได้ใน
กระแสเลือดในเวลาต่อมา

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมในผู้ชาย
แม้จะไม่ชัดเจน แต่ก็จะมีลักษณะคล้ายกับในเพศหญิง โดยจะพบมากในผู้ป่วยสูงอายุมากกว่า 60 ปี  ผู้ชายที่มีประวัติในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม มี Inherited BRCA1 และ BRCA2 Gene Mutations  ปัจจัยอื่น เช่น การสูบบุหรี่  ดื่มสุรา อ้วน และการโดนรังสี ก็มีส่วนเพิ่มอัตราเสี่ยง      ดังนั้นควรเป็นการรณรงค์ให้มีความสนใจในเต้านมของทุกคน ทั้งชายและหญิง โดยดูรายละเอียดในบทการตรวจเต้านม

อาการมะเร็งเต้านมในผู้ชาย
อาจจะพบเป็นก้อน หรือการบวมของเต้านม หรือ การโตของต่อมน้ำเหลือง หรือ การย่นของผิวหนัง มีการบุ๋ม หรือมีรอยแดงรอบหัวนม การมีน้ำไหลออกจากหัวนม  ทั้งนี้อาการดังกล่าวทั้งหมดอาจเป็นเพียง Gynecomastia  ซึ่งเป็นการโตของเต้านมปกติก็ได้  แต่อย่าได้ประมาทและนิ่งนอนใจ ควรจะปรึกษาแพทย์

การกระตุ้นให้ผู้ชายสนใจเป็นส่วนสำคัญยิ่ง เพราะการตรวจพบ และวินิจฉัยเร็วหมายถึงโอกาสการรักษาหายได้  ผู้ชายรู้สึกขวยเขินและลำบากใจ และอายที่จะเป็นโรคซึ่งเป็นที่สนใจและพบมากในเพศหญิง ในกรณีที่สงสัย  การวินิจฉัยที่ชัดเจนจะทำเหมือนกันในผู้หญิง คือ Mammogram   ซึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ผู้ชายจะบอกว่าไปตรวจ Mammogram  เพราะคงจะสร้างความประหลาดใจให้กับผู้ที่ได้ยินเรื่องนี้ไม่น้อย

ผู้ชายต้องตรวจค้นคัดกรองหามะเร็งเต้านมเป็นประจำหรือไม่
American Cancer Society เห็นว่าไม่มีประโยชน์ในการคัดกรองในเพศชายโดยการทำ Mammogram ในประชากรทั่วไป เนื่องจากอัตราการพบผู้เป็นโรคน้อย  แต่ก็มีบางหน่วยงานที่แนะนำให้ผู้ชายที่มีความเสี่ยง  คือมี  BRCA Gene Mutation   ควรตรวจเต้านมตั้งแต่อายุ 35  ปีขึ้นไปทุกปี และพิจารณาตรวจ Mammogram เมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป  แต่ก็มีบางกลุ่มที่ขัดแย้งว่ายังไม่มีการศึกษาถึงประโยชน์อย่างแท้จริง

ความตื่นตัวในเรื่องมะเร็งเต้านมในเพศชายเริ่มในปี คศ. 2009   กลุ่มผู้สนับสนุนให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องมะเร็งเต้านมในเพศชาย ได้เริ่มรณรงค์ โดยถือเอาสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม  ซึ่งขณะนี้เริ่มมีในหลายมลรัฐของสหรัฐอเมริกา

หวังว่าท่านผู้อ่านเพศชาย  คงเริ่มให้ความสนใจมะเร็งเต้านม อย่างน้อยก็รู้ว่ามะเร็งชนิดนี้ผู้ชายก็เป็นได้ การสังเกตตนเองบ่อยๆจะมีส่วนช่วยให้ปลอดภัยจามะเร็งที่ถูกลืมในผู้ชายนี้ได้ครับ